อกไก่ปั่น ผสมน้ำนมข้าวโอ๊ต ตรา Changeow มี อย. GMP เก็บได้นานพร้อมจัดส่งทั่วประเทศ

CHANGNOW

ร่วมเปลี่ยนแปลงตัวเองไปกับเรา...

9 ประโยชน์ของถั่ว 9 ชนิด ที่ให้พลังงานมหาศาล

ประโยชน์ของถั่ว

ถั่วเป็นอีกหนึ่งอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ให้ทั้งพลังงานและแร่ธาตุที่จำเป็น เมื่อได้รับถึงคุณประโยชน์และข้อควรระวังในการรับประทานถั่วแต่ละชนิดแล้ว การเลือกรับประทานถั่วให้เหมาะกับตัวเองและรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีได้เช่นกัน วันนี้เราจะมาแนะนำประโยชน์ของถั่วทั้ง 9 ชนิด ที่ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าทางอาหาร หากเลือกรับประทานตามความเหมาะสม การกินถั่วต่างๆก็จะเป็นเสมือนยาและอาหารเสริมบำรุงร่างกายไปในตัวอีกด้วย เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าถั่ว 9 ชนิดนี้นั้นมีอะไรบ้าง

ประโยชน์ของถั่ว 9 ชนิด ดังนี้

1. มะม่วงหิมพานต์

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดพืชแหล่งโปรตีนและไขมันดีต่อสุขภาพที่หลายคนเชื่อว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังบางชนิดได้ เช่น โรคอ้วนลงพุง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น โดยส่วนที่นำมาบริโภคเป็นเนื้อในสุดของเมล็ด คนทั่วไปนิยมรับประทานเป็นของกินเล่นหรือใช้เป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารและขนมหวานต่าง ๆเม็ดมะม่วงหิมพานต์อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย เช่น วิตามินเค วิตามินอี วิตามินบี 6 ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ตลอดจนสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง จึงเชื่อว่าเมล็ดพืชชนิดนี้อาจมีสรรพคุณรักษาโรคได้ โดยส่วนอื่น ๆ ของต้นมะม่วงหิมพานต์ก็นำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่น ๆได้ด้วยเช่นกัน

ถั่วให้พลังงาน

2. วอลนัท

ในถั่ววอลนัทมีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ สารอาร์จีนีน กรดไขมัน ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและสตรีวัยหมดประจำเดือน ควรรับประทานวอลนัทประมาณ3วันต่อสัปดาห์ และไม่ควรรับประมานมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้ท้องอืดและอาหารไม่ย่อยได้ แม้วอลนัทอาจไม่ใช่ถั่วที่คนไทยนิยมกินมากนัก แต่เจ้าถั่วรูปร่างน่าตาแปลกนี้กลับอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายสำคัญหลายชนิดทั้งใยอาหาร ไขมันดี เกลือแร่ และวิตามิน

ถั่ว ประโยชน์

3. เกาลัด

เกาลัดเป็นพืชจำพวกถั่ว หรือพืชเมล็ดเปลือกแข็งที่มีคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งมันให้ไขมันแถมยังอุดมไปด้วยวิตามินบี มีแร่ธาตุ โพแทสเซียมและกรดโฟลิกอีกด้วย เช่นเดียวกับถั่วจำพวกอัลมอนด์และเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั่นเองค่ะ ที่สำคัญเกาลัดสามารถกระตุ้นการทำงานของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายมีเรี่ยวแรง ลดอาการปัสสาวะกะปริดกะปรอย ช่วยบำบัดอาการชาตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือเมื่อขาไม่มีเรี่ยวแรง สำหรับอาการหายใจไม่สะดวก หายใจติดขัด หอบหืด ไอ เกาลัดก็สามารถช่วยอาการเหล่านี้ให้ดีขึ้นได้ค่ะ แค่นั้นยังไม่พอ เกาลัดช่วยแก้อาการท้องเสียสำหรับเด็ก ถือเป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายๆ ท่านควรรู้เอาไว้ เพื่อใช้รักษาอาการท้องเสียของลูกๆ ได้ ไม่เพียงแต่เท่านี้ เกาลัดยังช่วยกระตุ้นการทำงานของไต ม้าม และกระเพาะอาหาร ลดอาการเจ็บปวดจากโรคริดสีดวงทวาร ช่วยห้ามเลือด ทำให้เลือดกำเดาหยุด แก้ภาวะอาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือดได้เช่นกันค่ะ

4. อัลมอนด์

อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวซึ่งกรดไขมันชนิดนี้มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยช่วยในเรื่องการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างความเจริญเติบโต ให้พลังงานแก่ร่างกาย เพิ่มระดับไขมันชนิดดี (HDL) และ ลดไขมันชนิดเลว (LDL) จึงมีประโยชน์ต่อหลอดเลือดแดงเพราะจะช่วยลดไขมันเลวในหลอดเลือด อีกทั้งยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุโบรอนและแคลเซียม มีส่วนช่วยลดการเกิดภาวะกระดูกเปราะบางในหญิงวัยหมดประจำเดือน ทั้งยังช่วยทำให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

ถั่วชนิดต่างๆ

5. ถั่วพิตาชิโอ

ถั่วพิสตาชิโอมีสรรพคุณช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้ดี จนองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้รับประทานถั่ววันละ 1 กำมือ เพื่อลดไขมัน cholesterol นอกจากนั้นยังมีธาตุอาหารจำพวกฟอสฟอรัส โปรตัสเซียม แมกนีเซียม โปรตีน และวิตามินบี 6 อีกด้วย อีกทั้งมีไขมันชนิดดีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและยังมีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้ดี และเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก อีกทั้งมีเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งและโรคหัวใจ

โปรตีน ถั่ว

6. เมล็ดสน

นอกจากจะช่วยระงับความอยากอาหารแล้ว เมล็ดสนยังเป็นสิ่งที่ช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ยังมีผลการวิจัยที่พบว่า ในเมล็ดสนมีกรดไขมันที่ช่วยชะลอการดูดซึมอาหารในลำไส้ จึงทำให้เกิดความอยากอาหารที่น้อยลง แล้วยังมีพลังงานอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามินA,B,B1, B2,B3,B5, B9, C, E, K, โคลีน, แร่ธาตุ, แคลเซียม, เหล็ก, แมกนีเซียม, แมงกานีส ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม, สังกะสี และลูทีน ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันควบคุมคอเลสเตอรอล รวมทั้งการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพราะเมล็ดสนในจำนวน 100กรัม จะมีแคลอรีเพียง 637 แคลอรีเท่านั้น

ถั่ว ลดน้ำหนัก

7. ถั่วลิสง

ถั่วลิสง อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมันดี เส้นใยอาหาร และกล่าวกันว่ามีสรรพคุณด้านสุขภาพมากมาย เช่น บำรุงหัวใจ รักษาและป้องกันโรคเบาหวาน ต้านมะเร็ง หรือลดน้ำหนัก ทั้งยังมีราคาถูกเมื่อเทียบกับถั่วชนิดอื่น ๆ จึงเป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่หากินง่ายและได้ประโยชน์ไปในตัวกว่าครึ่งของสารอาหารในถั่วลิสงคือไขมันชนิดดี ซึ่งมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลหากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม รองลงมาคือโปรตีนที่มีมากถึงร้อยละ 22-30 ของแคลอรี่ทั้งหมด ทั้งยังมีน้ำตาลน้อย ทำให้เชื่อกันว่าการรับประทานถั่วลิสงอาจส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานและช่วยในการลดน้ำหนัก รวมถึงคุณประโยชน์ต่อสุขภาพในอีกหลาย ๆ ด้านอีกด้วย

ถั่วให้พลังงาน

8. เมล็ดฟักทอง

นอกจากเนื้อสีเหลืองจองฟักทองที่มีคุณค่าและความอร่อยแล้ว เมล็ดฟักทองยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก มีไขมันต่ำ อุดมด้วยธาตุเหล็กและแมงกานีสสูง จึงช่วยกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ไม่เหนื่อยล้าง่าย นอกจากนี้ ยังคาดว่าสารบางชนิดภายในเมล็ดฟักทองอาจมีสรรพคุณเพิ่มการขับปัสสาวะ ดีต่อผู้ป่วยที่มีอาการปัสสาวะลำบาก รวมทั้งสารที่อาจช่วยฆ่าพยาธิในลำไส้ได้ และมีการนำมารับประทานในฐานะอาหารทางเลือกเพื่อการรักษาโรคไต ต่อมลูกหมากโต โรคระบบทางเดินปัสสาวะ และอื่น ๆอีกมากมาย

พลังงานจากถั่ว

9. เมล็ดทานตะวัน

ส่วนเมล็ดทานตะวันนั้น ประกอบไปด้วยวิตามินและสารอาหารที่มีคุณค่าหลายชนิด เช่น มีทองแดง แมงกานีส และซีลีเนียมในปริมาณมาก มีวิตามินอี วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิก ธาตุเหล็ก ใยอาหาร และโปรตีน เป็นต้น นอกจากนี้ เมล็ดทานตะวันยังมีไขมันสูงด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการรับประทานไขมันชนิดนี้ในปริมาณที่พอดี และรับประทานทดแทนอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวหรือไขมันทรานส์สูง อาจมีส่วนช่วยในการบำรุงหัวใจ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ ลดความดันโลหิต ตลอดจนลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลได้

ตระกูลถั่ว

นี่คือประโยชน์ของถั่วทั้ง 9 ชนิดที่เรานำมาแนะนำให้กับทุกคนได้เป็นความรู้ ในการสร้างพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการออกกำลังกาย หรือแม้ เป็นพลังงานที่ไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งการทานถั่วมีผลดีก็จริงเพราะ ในทุกๆวันเราควรได้รับไขมันดี เพื่อช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลตัวไม่ดีอย่าง LDL แต่ควรทานในประมาณที่พอดีต่อวัน หรือต่อการใช้พลังงานของแต่ละคน ไม่ควรทานมากเกินไป ถ้าทานในปริมาณที่พอดีก็จะส่งผลดีต่อร่างกาย แต่ถ้าทานมากเกินไปก็ไม่ดีต่อร่างกาย ดังนั้นถ้ารู้แบบนี้แล้วอย่ารอที่จะไปหาพืชตระกูลถั่วเหล่านี้มาทานกันนะ 

แชร์บทความนี้

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on tumblr
Tumblr