ก่อนจะลดความอ้วน รู้จักความอ้วนกันดีแค่ไหน?

เชื่อว่ามือใหม่อยากลดความอ้วนหลายคนคิดกันว่า เมื่อต้องการจะลดความอ้วนให้สำเร็จ สิ่งแรกที่ควรทำคือ ทำวิธีใดก็ได้เพื่อให้น้ำหนักบนตาชั่งลดลงเร็วที่สุด ผลคือการออกกำลังกายอย่างหักโหม อดอาหารหรืออย่างร้ายที่สุดคือพึ่งพายาลดความอ้วน ซึ่งแต่ละวิธีอาจทำให้ตัวเลขน้ำหนักลดลงจริงแต่มันกลับทำร้ายสุขภาพทั้งสิ้น

gettyimages-923785170

การลดน้ำหนักแท้จริงแล้วคืออะไร

ความอ้วนเกิดจากการที่เราทานอาหารมากเกินความต้องการของร่างกาย เมื่อทานมากเกินจนนำไปใช้ไม่หมด ร่างกายจึงนำไปเก็บสะสมไว้ในรูปของไขมันซึ่งจัดว่าเป็นพลังงานสำรอง คำว่าพลังงานสำรองหมายความว่า “ถ้าไม่จำเป็นร่างกายจะไม่นำออกมาใช้” เพราะฉะนั้นถ้ายังทานเหมือนเดิมอยู่ทุกวัน ไม่ได้ทำอะไรที่ใช้พลังงานให้มากขึ้นในแต่ละวัน ยังไงก็ไม่มีทางลดน้ำหนักได้สำเร็จ ถ้าลดได้ก็ไม่ใช้หนทางที่ยั่งยืนอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการลดความอ้วนที่ถูกต้องคือ “การลดไขมัน” ส่วนเกินในร่างกายมากกว่า ดังนั้นสิ่งที่อยากจะบอกคนที่กำลังลดความอ้วนคือ อย่าใส่ใจตัวเลขบนตาชั่งให้มากนัก เพราะน้ำหนักไม่ได้เป็นสิ่งที่บอกว่าหุ่นดีหรือไม่ดี สัดส่วนที่ลดลงและกระชับมากขึ้นต่างหากคือสัญญาณที่ดีว่าหุ่นกำลังเข้าที่เข้าทางแล้ว

กล้ามเนื้อหนักกว่าไขมัน

จากข้อมูลด้านบนที่บอกว่าน้ำหนักไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าหุ่นดีหรือไม่ นั่นก็เพราะว่ากล้ามเนื้อหนักกว่าไขมันมากเมื่อเทียบในปริมาณที่เท่ากัน เพราฉะนั้นถ้าเปรียบกับคนที่น้ำหนักตัวเท่ากันคือ 60 กิโลกรัม คนหนึ่งมีมวลกล้ามเนื้อเยอะมาก แต่อีกคนกลับมีเปอร์เซ็นต์ไขมันเยอะมาก คนหลังจะอ้วนกว่าคนแรกมากถึงแม้จะน้ำหนักเท่ากันก็ตาม ทีนี้ก็คงเข้าใจกันแล้วว่าตัวเลขบนตาชั่งไม่ได้สำคัญมากขนาดนั้น เพราะนั่นเป็นเพียงส่วนเสริมว่าภาพรวมน้ำหนักได้เปลี่ยนไปแล้วเท่านั้นเอง
ดังนั้น การใช้วิธีอดอาหารหรือทานยาลดน้ำหนักจึงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง เรามีทริคดีๆ                แนะนำสำหรับการลดน้ำหนักโดยไม่อดอาหารเพื่อผลที่ดีกว่าอ่านเพิ่มเติมได้ที่ “10 ทริคการลดน้ำหนักแบบไม่ต้องอดอาหาร” ส่วนการออกกำลังกายถือเป็นวิธีที่ดีมาก เพียงแต่ต้องออกอย่างเหมาะสมเท่านั้นเอง

fat-obease-pants-overweight-weight-gainiStock_000010866082_Medium

แล้วจะลดความอ้วนอย่างไรดี จึงจะปลอดภัยและได้ผลดี

จริงๆแล้วปัจจุบันนี้การลดน้ำหนักมีหลายวิธี ซึ่งก็คงจะบอกไม่ได้ว่าแบบไหนดีที่สุดเพราะแต่ละคนสะดวกต่างกัน แต่เชื่อว่าการลดน้ำหนักที่เดินทางสายกลางมากที่สุด ปลอดภัยและก็ได้ผลดีเป็นที่ยอมรับกันสากลคงหนีไม่พ้นการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายนั่นเอง

  • กินให้เป็น สำหรับการกินให้ใช้หลักการง่ายๆคือ หนักเช้า เบาเที่ยง เลี่ยงเย็น เว้นดึก สิ่งสำคัญมากคือมื้อเช้า ห้ามอดโดยเด็ดขาด เพราะสมองและร่างกายต้องการพลังงานมาใช้ในการทำกิจวัตรประจำวัน ส่วนมื้อเที่ยงก็ยังสำคัญอยู่ สามารถทานอาหารได้แบบมื้อเช้าเลย เพียงแต่ลดปริมาณลงเล็กน้อย สำหรับมือเย็นก็ไม่ควรงดเพียงแต่เน้นทานอาหารที่เบาและย่อยได้ง่าย ต้องทานก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมงด้วย ส่วนอาหารที่ควรทานได้แก่คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน โปรตีนคุณภาพดี ผักผลไม้และไขมันดีปริมาณเล็กน้อย หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง อาหารรสจัด เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือน้ำตาลสูง สำหรับปริมาณอาหารที่ควรได้รับนั้นลองคำนวณดูว่าตัวเองควรได้พลังงานวันละกี่กิโลแคลอรี่ จากนั้นก็แบ่งทานในปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละมื้อ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากต้องใส่ใจเรื่องการคุมอาหารแล้ว การออกกำลังกายก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันจะช่วยให้หุ่นฟิตกระชับเข้าที่เร็วขึ้น กล้ามเนื้อจะแข็งแรง มีมวลมากขึ้น อัตราการเผาผลาญจะดีขึ้น ไขมันจะลดลงอย่างชัดเจน แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อย 3-4 วัน/สัปดาห์ วันละ 30 นาทีเป็นอย่างน้อย ส่วนจะออกกำลังกายแบบไหนแล้วแต่ความชอบเลย ขอแค่เวทเทรนนิ่งควบคู่ไปกับการคาร์ดิโอก็พอแล้ว

ถ้าหากคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยปกติแล้วรูปร่างจะดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่อาจจะใช้เวลาต่างกันเพราะแต่ละคนก็อ้วนไม่เท่ากัน เวลาในการออกกำลังมากน้อยต่างกันแถมยังมีพฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย เพราะฉะนั้นเวลาลดน้ำหนัก พยายามอย่าเปรียบเทียบกับใครเพราะมันจะทำให้เราเป็นฝ่ายเครียดและท้อแท้ไปเอง อย่างไรก็ตามถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวข้างต้นติดต่อกันสัก 1-2 เดือนแล้วน้ำหนักยังไม่ลดลงเลย แนะนำให้ลองไปพบแพทย์ดู เพราะว่าอาจจะไม่ได้อ้วนเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่อาจอ้วนเพราะมีความผิดปกติในร่างกายแฝงอยู่ก็เป็นได้