อกไก่ปั่น ผสมน้ำนมข้าวโอ๊ต ตรา Changeow มี อย. GMP เก็บได้นานพร้อมจัดส่งทั่วประเทศ

CHANGNOW

ร่วมเปลี่ยนแปลงตัวเองไปกับเรา...

9 เทคนิค ลดน้ำหนักแบบก้าวกระโดด ในเวลาเพียง 14 วัน

ลดน้ำหนัก

ในปัจจุบันหลายๆคนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้นเพื่อรูปร่างที่ดี แต่ใครจะรู้ว่าเราสามารถลดน้ำหนักในช่วงเวลาสั้นๆได้ แต่จะต้องทำอย่างถูกวิธี ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาโยโย่เอฟเฟกต์ตามมาได้ และในบทความนี้ทางทีมงาน changenow มีเคล็ดลับวิธี ในการช่วยคุณแบบเร่งด่วนใน 2 สัปดาห์ มาฝากทุกคน จะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันได้เลย

1. เปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารเช้า

อาหารเช้าถือเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นการเติมพลังงานให้กับร่างกาย แต่ก็ใช่ว่าจะอยากทานอะไรก็ได้หากคุณอยากมีรูปร่างสวยงาม ควรงดอาหารที่มีไขมันสูง อย่างเช่น ข้าวเหนียวหมูปิ้ง แล้วหันมากินธัญพืช 1 ถ้วยคู่กับนมอัลมอนด์ หรือโยเกิร์ตกับผลไม้ประเภทเบอร์รี่ ซึ่งจะย่อยได้ง่ายกว่า

ลดน้ำหนัก

2. มื้อกลางวันให้เน้นอาหารโปรตีนสูง

สำหรับมื้อกลางวัน ทางเราขอแนะนำให้ทานอาหารที่แคลอรีต่ำแต่ให้โปรตีนสูง ยกตัวอย่าง เช่น อกไก่ ซึ่งอาจจะกินคู่กับแตงกวา มะเขือเทศ หรือไข่ต้มซัก 2 ฟอง จะช่วยให้ร่างกายเรารู้สึกอิ่มท้องกับอาหารที่ให้แครอรีต่ำ ซึ่งนั่นเหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้หุ่นตัวเองดีอย่างเร่งด่วน เพราะสามารถกินปกติได้เหมือนเดิม แถมไม่ต้องอดอาหารให้ทรมานอีกด้วย

ลดน้ำหนัก

3. กินอาหารเย็นที่มีแคลอรี่ต่ำ

อาหารเย็นถือเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเราอ้วนขึ้นได้ง่าย เพราะฉะนั้นก่อนจะทานอะไรควรเลือกอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ โดยปริมาณแคลอรี่ของอาหารมื้อเย็นควรน้อยสุดเมื่อเทียบกับ 3 มื้อหลัก อย่างมื้อเช้าและมื้อกลางวัน หากคิดง่ายๆ ร่างกายคนเราควรจะได้รับพลังงานจากอาหารมื้อเช้าประมาณ 45 % มื้อเที่ยง 35 % และมื้อเย็นแค่ 20% และที่สำคัญควรกินมื้อเย็นก่อนเข้านอน 4-6 ชั่วโมง

ลดน้ำหนัก

4. กินของว่าง 2 มื้อต่อวัน

การกินของว่างระหว่างวันจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราได้ทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นการทานของว่างจึงแนะนำควรทานวันละ 2 มื้อ แต่ของว่างที่ว่านี้ต้องไม่ใช่ขนมขบเคี้ยวทั่วไปตามร้านค้าใกล้บ้าน เพราะเป็นอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูง ดังนั้นของว่างที่แนะนำจึงควรเน้นกินเป็นผลไม้ทั้งหลาย หรือถ้าอยากหวาน อยากกินขนม ควรเลือกเป็นเจลาตินที่เป็นแบบ Sugar-Free ธัญพืชกรอบ หรืออัลมอนด์

ลดน้ำหนัก

5. ลดการกินโซเดียมให้น้อยลง

การลดโซเดียม คือการลดความเค็มของอาหาร ซึ่งการได้รับโซเดียมเข้าไปในปริมาณมาก อาจทำให้น้ำหนักคุณขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว และอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างหนัก เพราะจะทำให้เกิดใจเต้นแรง และไม่สามารถนอนหลับได้สนิทในตอนกลางคืน เป็นผลมาจากความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นหลังจากทานโซเดียมเข้าไปในปริมาณมาก และหลังจากนั้นจะมาอาการอื่นๆแทรกเข้ามาเรื่อยๆ และชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้นหากมีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไต โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคหัวใจด้วยแล้วนั้น ถ้ายิ่งรับประทานโซเดียวมเข้าไปอาจจะทำให้โรคเหล่านั้นกำเริบขึ้นมาได้ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะแข็งแรงก็ดี หรือมีโรคประจำตัวก็ดีควรลดการทานโซเดียม

ลดน้ำหนัก

6. ดื่มน้ำมะนาวทุกเช้า

นอกจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารแล้ว น้ำก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้การเรียกคืนหุ่นอันสวยงามของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะน้ำจะช่วยยับยั้งความอยากอาหารทำให้เราหิวน้อยลงนั่นเอง ทริคแนะนำสำคัญ คือ ให้ดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาวในตอนเช้า ซึ่งการดื่มน้ำมะนาวแบบนี้ทุกเช้า จะช่วยดีทอกซ์และเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น

ลดน้ำหนัก

7. คาร์ดิโอวันละ 20 นาที

การออกกำลังกายถือเป็นการลดน้ำหนักที่ได้ผลมากที่สุด เพราะจะช่วยให้ระบบไหลเวียดเลือดมีการสืบฉีด ร่างกายเกิดการเผาผลาญพลังงาน เปลี่ยนจากน้ำตาลไปเป็นไขมัน ช่วยลดการสะสมไขมันในส่วนต่างๆได้เป็นอย่างดี การออกกำลังกายที่ง่ายและอยากแนะนำมากที่สุดก็คือ การวิ่งบนลู่วิ่ง หรือวิ่งบนถนน ควรวิ่งอย่างน้อยวันละ 20 นาที

ลดน้ำหนัก

8. หันมาฝึกโยคะเป็นประจำ

การฝึกโยคะไม่เพียงแค่ช่วยคลายกล้ามเนื้อ หรือคลายอาการปวดเมื่อยต่างๆ แต่การฝึกโยคะนั้นยังช่วยกระชับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆได้ดี ไม่ว่าจะเป็น หน้าท้อง ต้นขา หรือแขน แถมบางท่ายังสามารถช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ทำให้เราขับถ่ายได้เป็นปกติขึ้น เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่กำลังเผชิญอาการท้องผูก

ลดน้ำหนักรวดเร็ว

9. นอนให้ครบ 8 ชั่วโมง

ถือเป็นวิธีง่ายๆที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไป เพราะการอดนอนนั้นจะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลตรงทำให้เราอ้วนขึ้นได้ ข้อดีของการนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและควบคุมการสะสมไขมัน ช่วยทำให้การลดน้ำหนักของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลดน้ำหนัก

แชร์บทความนี้

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on tumblr
Tumblr